แกงถั่วChick peas(Chana masala)

สวัสดีคร้า วันนี้พลอยศรีชวนทำอาหารอินเดีย อิอิ ทำอะไรนะ ทำอะไรดีนะ คิดอยู่นาน เลยมาจบลงที่เมนูแกงถั่วชาน่าขาว(แกงถั่ว chickpeas masala) อันที่จริง พลอยศรีไม่ค่อยบันทึกอาหารอินเดียเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่า มันทำง่าย แต่วุ่นวายกับเครื่องเทศ หลายชนิด แต่วันนี้พลอยศรีทำเอาใจพี่บัสสุดๆ อิอิ พี่บัสบอกว่าตอนนี้พี่หันมาทานอาหารงดเนื้อสัตว์ ขอแกงหน่อย เลยเป็นที่มาของแกงนี้เลย

ไปค่ะ ไปดูกันว่ามีอะไรใส่บ้างนะ และในครัวของเรามีอะไรบ้างนะ ถ้ามีพร้อมก็ไปทำกันดีกว่า ถ้ามียังไม่ครบ งั้นรอสักนิดวันไหนออกไปจ่ายตลาดอย่าลืมแวะไปซื้อมาติดครัวกันนะคะ อิอิ   

ก่อนกินถั่ว เรามารู้จักเรื่องราวของถั่วกันสักนิดก่อนนะคะ ถั่วที่ใช้ทำวันนี้ ถือว่าเป็นถั่วที่มีโปรตีน มีคุณค่าต่อร่างกายและสมองมาก เป็นอาหารที่นิยมของชาวอินเดียมาอย่างช้านาน และเครื่องแกง ที่เรียกว่าการัมว่ามาซาร่านั้น คนอินเดียจะแกงไม่ได้เลย ถ้าไม่มีสิ่งนี้ติดบ้าน เพราะเจ้าการัมมาซาร่านี่ คนอินเดียกล่าวว่า มันคือ ยาสามัญประจำบ้าน และพวกเค้าทานอาหารเป็นยากัน ดังนั้น คนอินเดียจึงแกงทุกสิ่งอย่าง แล้วใส่เครื่องเทศลงไป เครื่องเทศที่เราเรียกๆกัน คนอินเดียเรียกว่า ‘ การัม มาซาร่า’( Garam Masala )

เอาหละ เราทราบข้อมูลเบื้องต้นกันแล้ว ทีนี้ไปเข้าครัวกันดีกว่า

ส่วนประกอบ  ได้แก่

  • ถั่ว Chick peas 2 กำมือ แช่น้ำข้ามคืน แล้วต้มให้สุกนิ่ม (เอามือบีบ แล้วนิ่มแบนอย่างง่าย แต่ไม่เละ) ตอนต้มใส่เกลือลงไปด้วยเพื่อให้ถั่วมีรสไม่จืดเกินไป
  • หัวหอมแขกสับ ….. 1 หัว
  • มะเขือเทศสับ  ……..1 ลูก
  • พริกขี้หนูหั่นแฉลบ…. 3 เม็ด (ตามชอบเผ็ด )
  • ขิงซอย……1 แง่งน้อยๆ
  • ผักชีสับ
  • ใบฟีนูกีก ( ถ้ามี ) ไม่มีไม่เป็นไร
  • การัมมาซาร่า ….. 1-2 ช้อนชา (ตามชอบ ใส่มากจะฉุนมาก )
  • พริกปาปิก้าป่น ( พริกป่นไม่คั่ว ) ….. 1 ช้อนชา
  • ผงลูกผักชี ….. 1 ช้อนชา
  • เกลือ ปรุงรสตามชอบ
  • มะนาว …… 1 ซีก
  • น้ำมันสำหรับผัด

เครื่องปรุงง่ายๆ มีแค่นี้เอง ครบแล้ว ทีนี้ก็ลงมือทำเลยค่ะ ขั้นตอนดังนี้

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วใส่หอมสับลงไปเจียวให้เหลือง
  2. พอหอมเหลืองแล้ว ใส่ผงพริกป่น และ ผงผักชีลงไป ผัดให้เข้ากัน
  3. ตามด้วยผงการัมมาซาร่า และผัดให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอม (ไฟเบาๆนะ เดี๋ยวเครื่องเทศจะไหม้)
  4. เมื่อผัดจนหอม ใส่มะเขือเทศสับ พริกขี้หนู และ ขิงซอยลงไปผัดให้เข้ากัน จนมะเขือเทศเละ 
  5. เติมเกลือลงไปนิดหน่อย ตอนผัด ไม่ต้องมาก
  6. ผัดจนมะเขือเทศเละดีแล้ว ใส่ถั่วต้มสุกลงไป และ ผัดให้เข้ากัน
  7. เติมน้ำจนท่วมถั่ว (น้ำที่เราต้มถั่วยิ่งดี แต่ถ้าเค็มก็เติมน้ำสะอาด และใส่เกลือปรุงทีหลังได้ ตามชอบ )
  8. ปิดฝาต้มถั่วไปจนน้ำงวดเหลือ หนึ่งในสามส่วน ปิดแก็ส
  9. ใส่ใบฟีนูกีกถ้ามี (อย่าใส่เยอะ จะฉุนมาก ) ถ้าไม่มีใส่ใบผักชีสับ และน้ำมะนาว ตามชอบ

*** บีบมะนาว หลังจากปิดแก็สแล้ว ไม่อย่างนั้น แกงจะมีรสขม )

เสร็จแล้วคร้า ….ไม่ยากเลย ***** ตอนทำ ชิมเกลือดูนะคะ เค็มพอไหม เครื่องเทศเผ็ด ฉุน พอใจหมด ปิดท้ายบีบมะนาว แล้วคนชิม กลมกล่อมถูกใจก็จบค่ะ ไม่ถูกใจก็ปรุงเพิ่ม อิอิ

พลอยศรีขี้เกียจมาต้มถั่วทุกวัน บางทีก็ต้มไว้แล้วใส่กล่องไว้ แบ่งออกมาใช้ เพราะต้มทีนึงก็ต้องใช้เวลาในการแช่ และมาต้มอีก  พลอยศรีเลยรวบรัดตัดตอน ต้มไว้ สอง ถึง สามมื้อเลย และมาปรุงเอา อิอิ  ก็สะดวกดีค่ะ  เวลาอยากจะแกงก็แกง อยากจะใส่สลัดก็งัดออกมาอุ่นนิดหน่อย และทำสลัด อิอิ

ทำแกงถั่วกินกับจาปาตี โรตี ปูรี หรือ นาน กินได้หมดตามชอบเลยค่ะ จะกินกับข้าวก็ได้ แต่พลอยศรีว่าจะเข้ากันได้ดีกับโรตี นาน หรือ ขนมปังมากกว่า ก็แล้วแต่คนชอบเลยค่ะ

เมนูนี้พลอยศรีทำตอนเย็นๆ ทำไปก็แอบยิ้มไป เอ…. พี่บัสเค้าจะชอบไหมนะ ฮ่าฮ่า แต่ถ้าคนชอบทานอาหารอินเดียก็คงชอบแหละมั้ง ก็ขำตัวเองดีที่ผัดไป ถ่ายรูปไป หัวเราะขำไป ตลกดีค่ะ

อ้อ ลืม เครื่องเทศต่างๆ จนถึง การัมมาซาร่า สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายของอินเดีย จะมีขาย เพราะเป็นเมนูหลักเลย หรือ ถ้าจะทำการัมมาซาล่าเองเก็บไว้ก็ได้ค่ะ แต่ต้องหาซื้อเครื่องเทศน์หลายตัวมาก ไม่อยากแนะนำถ้าไม่ได้ใช้ทำบ่อยๆ แนะนำไปซื้อแบบสำเร็จรูปเลยดีกว่าค่ะ

วันนี้พลอยศรีหวังว่ามันจะช่วยพี่ๆได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ง่ายๆสไตล์พลอยศรีกันนะคะ ปลื้มใจ อิอิ

สำหรับวันนี้ ยิ้มกว้าง สวัสดีค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s