วิธีเรียนภาษาด้วยตนเอง

สวัสดีค่ะ วันนี้พลอยศรีจะเล่าเรื่องการเรียนภาษาต่างชาติด้วยตนเองทำได้ไม่ยาก

เชื่อว่าหลายคนก็อยากจะเรียนรู้ภาษาอื่นๆ แต่จะทำอย่างไรดี เพื่อนที่อยู่ประเทศนั้นก็ไม่ จะเดินทางไปอยู่หรือทุนทรัพย์ก็ไม่อำนวย สภาพแวดล้อมต่างๆก็ไม่เอื้อเลย วันนี้พลอยศรีเลยจะเอาวิธีง่ายๆสามารถทำได้ที่บ้านเรามาฝากกันค่ะ

คือพลอยศรีได้ฟังมาจากช่องยูทูบต่างๆหลายๆช่องรวมกัน เป็นช่องที่ชาวต่างชาติหลายๆคนสามารถพูดได้สี่ถึงห้าภาษามาแนะนำ คือเราก็อยากเรียนภาษาที่สาม ยอมรับเลยแหละว่ามันยาก มันหิน และก็ทิ้งมันแบบไม่สนใจใยดี คิดแค่ว่ามันยากก็ช่างมันเถอะ  ยังไงทุกคนก็พูดภาษาอังกฤษได้ เอาภาษาอังกฤษให้รอดก็พอ ภาษาอังกฤษของพลอยศรีเองก็กระท่อนกระแท่นแต่ก็สามารถสื่อสารเอาตัวรอดได้อยู่ เลยภูมิใจหลอกตัวเองไปอย่างงั้น

ทีนี้เมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา อยู่ๆพลอยศรีก็อยากจะเรียนรู้อีกสักครั้ง ก็นั่งเปิดยูทูบดูแบบงมๆ ก็ผ่านไปเดือน สองเดือนแบบ ไม่ค่อยสนุกมากนัก เรียนๆทิ้งๆ เพราะคิดว่ามันยากจังเว้ย!!

วันนึงไม่รู้นึกอย่างไร เปิดไปค้นหาวิธีเรียนภาษา ก็พบเจอช่องต่างๆ ก็ตั้งใจฟังเลย และก็นำมาปรับใช้ ..มันดีมากเลยค่ะ หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เรียนๆเล่นๆแต่รู้มากกว่าที่ตั้งใจเรียนจริงจังมาสองเดือนก่อนหน้านี้อีก มีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ

  1. ให้เราวาดวงกลมหลายๆวงซ้อนกัน โดยวงในสุดจะอ้วนๆหน่อย และให้เขียนคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ ใช้ประจำในชีวิตประจำวันใส่ลงไปวงในสุด จากนั้นวงถัดไปก็ เขียนคำศัพท์ที่สำคัญลองลงมา ทำไปเรื่อยๆจนถึงวงนอกสุด คือคำศัพท์ที่ควรรู้แต่ไม่ค่อยใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน  ..
  2. ให้เราทำความคุ้นเคยกับภาษาก่อน คือ สองสามชั่วโมงแรก ให้เรียนแบบเด็กอนุบาล “ก ข ฃ” เพราะถ้าเราพอรู้ตัวอักษรคร่าวๆเราจะเรียนรู้และรับสารง่ายขึ้น
  3. ให้ทำความคุ้นเคยกับภาษา และสำเนียงโดยการฟังบ่อยๆ ดูบ่อยๆ ..ทุกวันนี้สามารถเปิดยูทูบฟังภาษานั้นๆได้ ฟังวันละครึ่งชั่วโมง หรือดูหนังบ่อยๆ เราจะเห็นภาพ เห็นปฎิกริยา ฟังสำเนียงโทนเสียงสูงต่ำ เวลาดีใจ เวลาโกรธ เวลาอยู่ในกิจกรรมต่างๆเค้าจะต้องมีรูปประโยคที่ใช้บ่อยๆ เราจะจำได้ง่ายกว่าการท่องจำ
  4. ให้เราดาวน์โหลด ภาษานั้นๆเก็บไว้ในรายการที่จะฟัง เวลาที่เราว่าง หรือกำลังออกกำลังกายก็ใส่หูฟัง ฟังบ่อยๆ ยิ่งตอนออกกำลังกายเรากำลังผ่อนคลายจะจำได้ดี
  5. ให้เวลากับภาษา ให้เวลากับการเรียน ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ท่องศัพท์ ฝึกพูด อ่าน เขียน อย่างน้อยวันละสองชั่วโมงทุกวัน ถ้ามากกว่านั้น สมองเราจะเหนื่อยล้าและไม่เกิดประโยชน์มาก
  6. พยายามรับสารเข้ามาให้มากที่สุด เพื่อให้สมองของเราคุ้นเคยกับสิ่งนั้น การรับสารคือ การอ่าน การพูด การฟัง การดู ..สามารถหาดูได้จากยูทูบหรืออ่านได้จากกูเกิล พยายามทำความคุ้นเคยกับทุกอย่างในภาษานั้นๆ
  7. ให้เวลาในการเรียนอย่างน้อยสามเดือนถึงหกเดือนขึ้นไป ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องเรียนแบบอัดยัด เพราะถ้าเราเครียดเราจะไม่จำ จะไม่พัฒนา
  8. พยายามเก็บเกี่ยวคำศัพท์ ให้มากที่สุด และดูหนัง ฟังข่าว ฟังรายการทีวี หรือพอดแคสต์จะช่วยให้เราเดาเรื่องราวได้ง่ายขึ้น เมื่อเราพอรู้ศัพท์บางตัวในประโยค ในบทสนทนาเราก็จะสนุกไปกับมันมากขึ้น
  9. ฝึกอ่านให้มาก ถ้าเราอ่านได้  เราจะเรียนรู้ไวขึ้น เพราะเราจะเข้าใจรูปประโยค คำต่อ คำเชื่อม เริ่มแรกอ่านหนังสือเด็กๆ อ่านนิทานที่เราชอบ และค่อยพัฒนาเป็นข่าวประจำวัน อ่านผิด อ่านช้าไม่เป็นไร ฝึกอ่านไป ถ้าผิดเราจะเรียนรู้
  10. ฝึกท่องศัพท์สิ่งที่เราสนใจรอบๆตัว และฟังสิ่งนั้นๆในภาษาที่เราสนใจ  อย่างเช่นถ้าชอบทำอาหาร ก็ท่องศัพท์เกี่ยวกับอาหาร ของใช้ในครัว การประกอบอาหาร จากนั้นก็ดูรายการทำอาหาร ฟังเค้าสอนวิธีทำ ดูบ่อยเราจะคุ้นชิน
  11. เขียนหรือจดแทนการพิมพ์จะช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้น
  12. ฝึกพูดให้มากที่สุดเมื่อมีโอกาส ไม่ต้องกลัวผิด ถ้าผิดก็ให้คนที่รู้ช่วยแก้ เราก็จะเรียนรู้และจดจำได้ดีขึ้น .. ถ้าไม่มีเพื่อนตัวจริงๆมาคุยตรงหน้าก็สามารถหาเพื่อนผ่านอินเทอร์เน็ตได้

เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้แหละค่ะ คือเอาตัวเราเข้าไปอยู่ใกล้ๆภาษานั้นๆที่เราสนใจให้มากที่สุด ดูแล้วก็คล้ายหลักการคือ ในอนาคตอีก5ปีเราอยากจะเป็นแบบไหนเราก็เอาตัวเราไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ อยากเรื่อยๆเฉื่อยก็อยู่เฉยๆไม่ต้องยุ่งกับใคร อยากเก่งในด้านใดก็ยกตัวเข้าไปอยู่กับคนกลุ่มนั้นๆ เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ มันจะค่อยๆซึมซับและเกิดแรงกระตุ้นให้เราเป็นแบบนั้นไปโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเรื่องทำดี ทำเลว ธรรมมะ หรือทำธุรกิจ ภาษานี้ก็ไม่ต่างกัน เข้าไปอยู่ใกล้ๆ ฝึกฟัง ดู หารู้ศัพท์สะสม และทดลองพูดแบบผิดๆถูกๆก็ไม่เป็นไร ฝึกพูดให้ชินปาก ฝึกออกเสียงให้หูเราได้ยิน เดี๋ยวเราจะค่อยๆพัฒนาดีขึ้น

พลอยศรีเริ่มฝึกดังว่ามาหนึ่งเดือนเต็มๆ เป็นงงมากเลยค่ะ คือ ทำตามขั้นตอนต่างๆที่บอกข้างต้น วันนี้รู้สึกจับใจความได้เวลาได้ดู ได้ฟังอะไรในภาษานั้นๆ จากที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยสิบกว่าปี ไปอินเดียตลอด ไปทีไรไม่เคยรู้อะไรเลย ไปแล้วเที่ยว ดู รู้เห็น กลับบ้าน แต่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยสักอย่าง เพราะคิดว่าทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ เราก็เป็นคนเงียบๆด้วยเลยไม่ค่อยได้พูดอะไร และไม่เคยดูหนังภาษานั้นเลย เหตุผลคือไม่ชอบ ไม่เข้าใจ

มาวันนี้ ดูรายการทำอาหารเป็นหลัก ท่องศัพท์สัดส่วนเครื่องปรุง ชื่อผัก การคน การต้ม เวลา นาที เพราะรวมๆอยู่ในบทสนทนาการทำอาหาร คือ จากไม่รู้เลย วันนี้ทำอาหารได้หลายเมนูแบบฟังจากภาษาถิ่นเลย เราก็เริ่มจากนั่งฟังไปถามผู้ชายไป “เค้าว่าอะไรนะ” “กี่นาทีนะ” ตอนนี้นับวัน เวลาได้ ฟังเสียง ดูท่าทาง ฟังชื่อสิ่งต่างๆจากที่เค้าชี้ เช่น น้ำตาล เกลือ มะเขือเทศ หัวหอมเล็ก หัวหอมใหญ่ พริก ขิงกระเทียม ปิดฝา เปิดฝา ฮาฮา

และก็เมื่อก่อนท่องศัพท์ จดประโยคเยอะแยะ ทิ้งหมดเลยสับสน ยาก มีแต่ตัวหนังสือพรึดๆ ไม่รู้ถูกผิด ดูน่าเบื่อ เรียนเรื่องที่ไกลตัว ตามแต่อาจารย์หรือคนจะมาสอน ได้แต่ฟังๆ เซ็งๆ ไม่เคยลองพูด …

มาวันนี้อยู่ๆก็รู้ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เสียงประมาณไหน เพราะทุกวันดูการ์ตูนเด็ก ฮาฮา การ์ตูนเด็กสองสามขวบ กระต่ายน้อยวิ่งไปมา กระโดด ขึ้นต้นไม้ กระโดดลง สร้างเป็นเรื่องราว เราก็ดูภาพ และค่อยๆได้คำพูดที่เค้าใ้ช้กันจริงๆในชีวิตประจำวัน เช่นคำถามแม่ไปไหน พี่สาวทำอะไร พ่อ ปู่ ของขวัญ เจ็บป่วย ไปหาหมอ วิ่งไปตามถนนเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา แล้วแต่สตอรี่ที่เราดู มันจำง่ายจริงๆค่ะ

เย็นๆไปเดินออกกำลังกาย เมื่อก่อนฟังเพลงเดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนมาฟังอะไรที่เกี่ยวกับภาษาที่เราดาวโหลดเก็บไว้ ไม่รู้เรื่อง100% หรอก แต่เราได้ความคุ้นเคย พอเราคุ้นเคย มันก็ง่ายกับทุกสิ่งที่เราสนใจ มันไม่รู้สึกว่าฝืน

พลอยศรีเล่ามาเยอะแล้ว วันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน ขอให้คนที่สนใจเรียนภาษาใหม่ๆลองเอาสิ่งพวกนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ มันยากตอนเริ่มต้น แต่เมื่อเราคุ้นหู คุ้นปาก คุ้นตาแล้ว มันจะหลอมรวมไปโดยอัตโนมัติค่ะ อยากเก่งอะไร เราก็ต้องฝึกฝน อยากได้อะไรเราก็ต้องให้เวลานะคะ สุขใจ ยิ้มกว้าง สวัสดีค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s