ผักรวมต้มกะทิ กินกับน้ำพริกกะปิ

สวัสดีค่ะ วันนี้พลอยศรีมีเมนูอาหารใต้มาบันทึก ได้ลองกินสองสามครั้งแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสทำเองครั้งแรกค่ะ ทุกครั้งที่ทำก็ถามสูตรคนทำตลอด แต่ไม่เคยลงมือสักที เมื่อวานได้กินอีกครั้งฟังสูตรอีกรอบ กลัวจะลืม ฮาฮา วันนี้เลยร้อนวิชาค่ะ

เพื่อนของพลอยศรีทำเมื่อวาน เค้าต้มกับผักรวมหลายอย่างและใส่ผักกูดลงไปด้วย ผักที่เห็นเมื่อวานก็มี ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ถั่วพลู ผักกูด เพื่อนบอกคนใต้จะใส่ใบเหลียงด้วย แต่พี่ไม่มี ..

เมนูนี้ คนมาเลเซียเค้าก็ทำกินค่ะ พลอยศรีได้กินได้เห็นทั่วไปที่ร้านมาเลย์ แต่ที่เห็นส่วนมากเค้าจะใช้ใบผักหวาน เวลากินก็ว่าอร่อยนะแต่ไม่รู้จักชื่อ เค้าเคยบอกก็ลืมทุกที

เมื่อวานเรานัดพบกัน ร่ำร้องบอกกันไปว่าอาทิตย์นี้ขอเมนูน้ำพริกกะปิ …และพอถึงเวลาเปิดบ้าน น้ำพริกกะปิก็ขึ้นโต๊ะ มีผักสด และก็มีผักต้มกะทิ มีปลาทูทอด และแถมด้วยไก่ผัดสะตอ ทุกคนเห็นก็ร้องกรี้ดกร้าดกับผักต้มกะทิ ฮาฮา เพราะชอบกินแต่ไม่ทำกัน เมื่อวานเลยร้องถามสูตร ถามถึงผักที่ใช้กันสนุกเลย หมายมั่นปั้นมือว่าครั้งนี้จะกลับไปต้มกินกันเองบ้างและ

เอาหละ เล่าที่มาที่ไปของเมนูวันนี้แล้ว ไปลงมือทำกันดีกว่า วัตถุดิบที่พลอยศรีใช้ก็มี ดังนี้ค่ะ

  • ผักรวม : ถั่วแขก บ๊อคฉ่อย กระเจี๊ยบ มะละกอ บวบเหลี่ยม ข้าวโพดอ่อน ถั่วลันเตา
  • หอมแดงซอย 5 หัว
  • หัวกะทิ นิดหน่อย
  • หางกะทิ 1 ถ้วยแกง
  • กะปิ 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • เกลือ ปรุงรส

ผักที่พลอยศรีใช้วันนี้ คือ เปิดตู้เย็นและมีอะไรที่มันจะต้มได้ก็หยิบออกมา เค้าบอกว่าอาหารชนิดนี้ทำมากันแต่โบราณกาล คือ ไม่มีอะไรตายตัว ชาวบ้านเดินไปรอบๆรั้วบ้าน เจออะไรกินได้ก็เก็บมาต้มเท่านั้นเอง ใส่ของพื้นบ้าน คือ กะทิ กับ เคย(กะปิ) และก็หอมแดง ..

พลอยศรีเพิ่มน้ำตาลเองเพราะชอบหวานนิดๆ กะทิมันอ่อนหวาน และเมื่อวานเพื่อนก็บอกว่าถ้ากะทิไม่หวานก็ใส่น้ำตาลช่วยได้ ก็เลยเข้าทางเราเลย เราคนภาคกลาง อะไรๆก็หวานนำไว้ก่อน ฮาฮา

มาทำกันเถอะ

หั่นผักชิ้นตามชอบ เอาหางกะทิใส่หม้อ ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป และยกขึ้นตั้งไฟ รอจนกะทิร้อนจึงใส่ผักเนื้อแข็งอย่างมะละกอลงไปก่อน ต้มสักครู่พอนุ่มๆ จึงตามด้วยผักอื่นๆ สุดท้ายจึงใส่ผักใบสุกง่าย ก่อนปิดแก็สราดหัวกะทิสักตะบ๋วยน้อยๆ เป็นอันเสร็จ

เวลากินข้าวกับเพื่อนคนใต้ อะไรก็ๆเผ็ดนำ เค็มนำ เวลากินข้าวกับเพื่อนคนอีสาน คือ กะทิไม่ใส่ น้ำตาลทรายไม่ค่อยชอบ เน้นเผ็ด เน้นเค็ม เน้นนัว .. พอกินข้าวกับคนภาคกลาง พื้นบ้านเรา เพื่อนคนใต้บอกไปกินน้ำพริกที่กรุงเทพ ทำไมมันหวานเหมือนน้ำเชื่อมวะ

แต่พลอยศรีกิน โอ้โห เนี่ยอร่อยรสเดียวกับบ้านฉันเลย ฮาฮา ขำอ่ะ คนภาคกลางเน้นแกงกะทิประจำวัน ทำกับข้าวก็ปรุงน้ำตาลทุกอย่าง ออกหวานๆกลมๆ ไม่เผ็ดไม่เค็มไปทางใดทางหนึ่ง

ก็เป็นอันเรียบร้อยค่ะ ใช้เวลาไม่นาน ทำไม่ยาก ชิมแล้วอร่อยเหมือนที่เคยกิน ..คือ เอาจริงๆ มันก็ผักต้มกะทิอ่ะ รสชาติจะคลีนๆไม่มีอะไรมาก จืดๆหวานๆ แต่ก็มีรสเค็มนิดๆและหอมกะปิพอได้รสเด่นนิดหน่อย ใส่ได้มากน้อยปรับเอาตามเราชอบ

ผักกระเจี๊ยบนั้นจะมียางเหนียวๆ ถ้าไม่ชอบก็ต้มแยกต่างหากได้ ถ้าอยากได้น้ำซุปกะทิแบบโปร่งๆ ไม่มีลื่นๆก็ไม่ต้องใส่กระเจี๊ยบ …แต่พลอยศรีกินได้ ไม่อยากทำแยก ไม่ถือสาก็ใส่ไปด้วยกันเลย

มีปลาทูสามตัว มีผัดสะตอที่เพื่อนตักให้มา มีน้ำพริกกะปิ และก็ต้มผักรวมกับกะทิ พลอยศรีก็อิ่มหนำสำราญไปอีกมื้อ กินปลาทูไปแค่ตัวเดียวกับผัดสะตอและกินผักต้มถึงสองถ้วยเลย ปลาทูอีกสองตัวคืนนี้คงทำยำขนมจีน

เวลาที่กินผักต้มกะทิวันนี้ เราก็นึกไปถึงผักกะเฉดลวกราดหัวกะทิ ที่ภาคกลางของเราจะมีน้ำพริกกะปิ และผักกะเฉดลวก วันดีคืนดีเราจะมีหัวกะทิที่ต้มจนแตกมันราด โอ้โห !!วันนั้นเราจะกินข้าวกันอร่อยมาก เรามีผักกะเฉดอยู่ท้ายบ้าน เก็บทำได้ตลอด แต่เราไม่ค่อยลวกกะทิ ถ้าเราไม่มีโอกาสพิเศษ เพราะขี้เกียจปอกมะพร้าว มาขูด มาคั้น มันยุ่งยากเกินไป จึงทำง่ายๆ กินผักกะเฉดลวก และผัดน้ำมันหน่อย เสร็จแล้ว

วันนี้ได้กินผักต้มกะทิที่เราที่เราทำเอง รู้เลยค่ะว่ารสชาติมันไม่ต่างจากที่เราเคยกินกับผักกะเฉดเลย มันอร่อยนะ และมันก็ทำกับผักอะไรก็ได้ มาอยู่มาเลย์ ผักกะเฉดไม่มีก็จะคิดถึงเมนูนี้ตลอดเวลาทำน้ำพริกกิน …

พอได้ทำกับผักอื่นๆ กินแล้วอร่อยมาก เราลืมผักกะเฉดไปเลย และค้นพบว่าจริงๆแล้ว เราไม่ได้อยากกินผักกะเฉดราดกะทินะ เราแค่ติดรสหวานมันของกะทิต่างหาก ทำกับผักอะไรก็ได้นี่นา

เป็นอันว่า ทุกวันเราก็ได้ค้นพบการเรียนรู้ใหม่ๆเรื่อยไป วันนี้พลอยศรีกินอาหารกลางวันเสร็จ ตั้งใจจะงีบสักครู่ พอดีน้องสาวโทรมาเราก็เลยคุยกันซะสามชั่วโมง

ตลกดีนะคะ ทุกวันนี้เราอยู่ที่ไหนเราก็แค่จิ้มหากันก็คุยกันได้แล้ว แต่พลอยศรีกับน้องสาวมีความแปลกคือ เรามักจะไม่โทรหากัน บางทีสองสามเดือนเราอยู่ไครอยู่มัน แต่เวลาเรานึกถึงกันและถ้าเวลาว่างตรงกันเราคุยกันได้ยาวถึงสองสามชั่วโมงเลย มีอยู่ครั้งนึงเราคุยกันไปห้าชั่วโมง และเราก็เลิกคุยกันไปอีกสองสามเดือน ฮาฮา แค่เรารู้ว่าเราอยู่ตรงนี้เค้าอยู่ตรงนั้น เราไม่ต้องมาเซ้าซี้หากันตลอดเวลา แต่เราพร้อมให้กันก็เพียงพอ พลอยศรีแค่ทำหน้าที่โทรหาแม่พ่อบางครั้งคราว น้องสาวไปหาพ่อแม่เมื่อสะดวก พอเราว่างตรงกันก็นัดโทรกันซะที อิอิ สามเดือนแล้วมั้ง ขำอ่ะ ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกันเนาะบ่อยๆ พอคุยทีก็เหมือนเดินทางมาพบกันเลย

เอาหละพลอยศรีต้องไปแล้ว จะได้เวลาทำอาหารเย็นแล้ว วันนี้อดงีบและ เพราะเลิกคุยก็รีบมาเปิดบันทึกทันที เดี๋ยวเสร็จก็ไปดื่มกาแฟสักหน่อย ทำงานบ้านอีกนิดและก็เตรียมอาหารผู้ชายให้เรียบร้อย …คืนนี้ก็จะได้นอนไวเพราะคงง่วงนอนแน่ๆ ร่างกายเคยชิน อิอิ

แต่ก็สุขใจที่ได้คุยกัน สุขใจที่ได้ทำอาหารเมนูที่อยากกิน และก็สุขใจที่ได้บันทึก สุขใจที่เราได้หัวเราะกับน้องสาวอย่างรู้ว่าเธอไม่มีอะไรให้ต้องเป็นทุกข์ เธอก็ทำหน้าที่ทำงานของเธอไป เราก็ไม่มีอะไรให้กังวล สุขภาพแข็งแรงกันทุกคน แค่นี้ก็พอใจยิ่งนักแล้วค่ะ มันคือ ลาภอันประเสริฐที่สุดแล้ว สุขใจ ยิ้มกว้าง สวัสดีค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s